ในงานอุตสาหกรรมไทยต้องใช้เคลื่อนย้ายวัตถุสิ่งของที่มีน้ำหนักและระยะการเคลื่อนที่ที่แตกต่างกัน เราสามารถปรับการทำงานได้ตามที่ต้องการ สามารถเคลื่อนที่ได้ 6 ทิศทาง
การนำรอกไฟฟ้าไปใช้งานควรคำนึงถึงความเหมาะสมและลักษณะการใช้งาน ควรเลือกรอกไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน และควรตรวจสอบการรองรับน้ำหนักสูงสุดของรอกไฟฟ้า
การเคลื่อนย้ายของหนักจำนวนมากมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมการผลิตและการก่อสร้างในปัจจุบัน เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีการพัฒนาที่ทำให้เครนโรงงานมีความปลอดภัยมากขึ้น
จุดเด่นของรอกไฟฟ้าคือ น้ำหนักเบา ทำให้สะดวกในการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะในระหว่างก่อสร้าง ซึ่งเมื่อนำมาใช้งานไปช่วงเวลาหนึ่งแล้ว เราก็ควรจะดูแลรักษารอกไฟฟ้าให้มีสภาพดี
จะเห็นได้ว่าเครนโรงงานแต่ละประเภทนั้นจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันเป็นอย่างมาก โดยเครนโรงงานขนาด 10 ตันนั้นถือได้ว่าเป็นเครนโรงงานที่เป็นที่นิยมในการนำมาใช้งานภายในโรงงานอุตสาหกรรมมากเลยทีเดียว
ความจำเป็นที่จะต้องได้รับการออกแบบให้แข็งแรงและปลอดภัยต่อการใช้งาน โดยทั่วไปในอุตสาหกรรมจะใช้รูปแบบของเครนโรงงาน เป็นตัวแบ่งประเภทของเครนโรงงานตามลักษณะของเครนโรงงานที่รับน้ำหนัก
รอกไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์เครื่องทุ่นแรงโดยอาศัยพลังงานไฟฟ้ากับเครื่องจักรกลขนาดเล็ก ทำงานคู่กับรถ เพื่อที่จะใช้งานในการยก ขน สิ่งของ สินค้า ลักษณะการทำงานของรอกไฟฟ้าจะสามารถยกได้ทั้งในแนวตรงและทางโค้ง
เมื่อได้มีการใช้งานเครนโรงงานแล้วสิ่งสำคัญในการใช้งานเครนโรงงานคือจะต้องใช้งานเครนโรงงานให้มีความปลอดภัยที่สุด โดยจะต้องมีการปฏิบัติงานตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด
หากมีเครนโรงงานสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามนั่นคือการทดสอบเครน ซึ่งควรจะต้องมีการทดสอบเครนอย่างสม่ำเสมอเพื่อเป็นการตรวจสอบดูว่าเครนโรงงานนั้นมีความผิดปกติหรือไม่
ถึงแม้ว่ารอกไฟฟ้าจะมีประโยชน์ในการใช้งานมาก แต่เครื่องมือที่ใช้พลังงานไฟฟ้าย่อมมีอันตรายอยู่ในตัวเสมอถ้าผู้ใช้งานประมาท ไม่ระมัดระวังก็จะส่งผลให้รอกไฟฟ้าก่อให้เกิดโทษต่อตัวผู้ใช้งานได้